เชลซีทุ่มสุดตัว เตรียมงบ 200 ล้านปอนด์ดึง 6 แข้งดังเสริมทัพปีหน้า

หลังจากที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2016-17 เป็นสมัยที่ 5 กุนซือคนเก่งแห่งเชลซีอย่าง อันโตนิโอ คอนเต้ มีข่าวว่าเขาเตรียมทำเรื่องกับบอร์ดผู้บริหารสโมสรของบมากถึง 200 ล้านปอนด์เพื่อดึง 6 นักเตะฝีมือดีเข้าร่วมทีมในฤดูกาลหน้า ซึ่งมีข่าวลือว่าทางผู้บริหารสโมสรเชลซี โรมัน อบราโมวิช ประชุมกับกุนซือของทีม อันโตนิโอ คอนเต้ โดยอาจจะมีการทุ่มงบถึง 200 ล้านปอนด์ในการหานักเตะฝีมือดีมาร่วมทีมในฤดูกาลหน้านี้

โดยทางคอนเต้ ระบุว่า งบ 200 ล้านปอนด์นั้นโดยการต้องการนักเตะตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า 1 คน, เซ็นเตอร์แบ็ก 2คน, แนวรุกที่เล่นในระบบสามกองหน้า 1 คน, มิดฟิลด์ตัวกลางอีก 1คน และ ผู้รักษาประตูมือสำรองอีก 1 คน ซึ่งกุนซือของสิงห์บูลนั้นมีการเล่งนักเตะไว้แล้วเช่น อัลโบโร่ โมราต้า, โรเมลู ลูกากู, เฟร์นานโด ยอเรนเต้, ดีเอโก้ คอสต้า และ ดรีส์ เมอร์เท่นส์

โดยทางคอนเต้อาจเล่งไปที่ เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค กงอหลังจาก เซาแฮมป์ตัน ซึ่งตอนนี้กำลังมีข่าวการซื้อตัวจากทาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวิอร์พูลที่มองตัวนักเตะผู้นี้โดยทาง คอนเต้ อาจต้องสู้ราคากับอีกสองทีมแน่นอน นอกจากนี้ คอนเต้ ยังมีการเล่ง ลูกาลู อดีตเด็กเก่าของทีมที่ตอนนี้โชว์ฟอร์มให้กับเอฟเวอร์ตัน ซึ่งคาดว่าตอนนี้ค่าตัวเขาอาจจะสูงถึง 75 ล้านปอนด์

อีกทั้งตอนนี้ก็ยังเล็งตัว เฟร์นานโด ยอเรนเต้ จากสวอนซี ซึ่งอาจจะแทน ดีเอโก้ คอสต้า ดาวยิงฝีมือดีที่ตอนนี้กำลังหมดสัญญากับทาง สิงห์บูล ในฤดูกาลหน้านี้

ไม่น้อยหน้า บุรีรัมย์เตรียมคว้าตัวแข้งดีกรียูฟ่า

ทีมยักษ์ใหญ่อีกทีมที่ไม่น้อยหน้าในไทยลีกอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มีการเปิดเผยว่าตอนนี้ทางทีมได้เตรียมเจรจาและคว้าตัวนักเตะฝีมือเด่นอย่าง ราฟาเอล บาสโต๊ส แข้งฝีมือดีชาวบราซิเลียน ที่เคยผ่านการลงเล่นในการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยน ลีกมาแล้ว ซึ่งดาวเตะรายนี้นั้นเคยร่วมลงเตะกับทางสโมสรใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วย ทั้งนี้ตอนนี้ทาง บุรีรัมย์กำลังอยู่ในช่วงของการเจรจาซึ่งคาดว่านักเตะชาวบาซิลเลียนผู้นี้จะมาร่วมทีมปราสาทสายฟ้าอย่างแน่นอน

การร่วมทีมของ ราฟาเอล บาสโต๊ส ซึ่งจะเป็นกองรุกคนใหม่ของทีม โดยทาง ทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน ผู้จัดการทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มั่นใจว่าแข้งรายนี้จะเข้ามาช่วยยกระดับให้กับทีมได้แน่นอน โดยทางบาสโต๊สนั้นเคยเป็นอดีตนักเตะของ ซีเอฟอาร์ คลูจ์ ลงเล่นและเคยโชว์ฟอร์มเด่นในการลงเล่นในชุดที่เอาชนะ แมนยู ได้ในการแข่งขันยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก ถือว่าการร่วมเล่นของเขาในครั้งนี้อาจเป็นการยกระดับอีกขั้นหนึ่งของทีมปราสาทสายฟ้า

ทาง ทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน ผู้จัดการทีมบุรีรัมย์ ได้ให้สัมภาษณ์ถีงการย้ายทีมนี้เพื่อหวังว่าในการคว้าตัว บาสโต๊ส เพื่อเป็นการเสริมทัพบุรีรัมย์ให้แข็งแกร่งขึ้นและพาทีมก้าวสู่ทีมฟุตบอลระดับเอเชียในอนาคต ซึ่งเชื่อว่าบาสโต๊สนั้นจะสามารถพาทีมไปได้สวยได้แน่จากประสบการณ์ลงเล่นของเขาในยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก หลังจากที่เคยพาทีม ซีเอฟอาร์ คลูจ์ เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาแล้วทำให้ทางสโมสรบุรีรัมย์เชื่อว่า นักเตะชาวบาซิลเลียนผู้นี้จะพาทีมให้แข็งแกร่งในการลงเล่นไทยลีก

แมวดำผลงานยอดแย่ มอยส์ เก้าอี้สั่น

เดวิด มอยส์ กุนซือเก่าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เหมือนว่าจะร่วมหอลงโลงกับทีมไหนก็กระเจิงไปหมด ไม่ว่าจะย้ายไปอยู่กับ เรอัล โซเซียดัด ก็ไม่ได้ทำให้ทีมดีขึ้นแม้แต่น้อย ผลงานร่วงยาวตั้งแต่ออกมาจาก ท๊อฟฟี่น้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน น่าจะเป็นการตัดสินใจผิดพลาดของกุนซือชาวสกอตแลนด์ที่ออกมาจาก กูดิสัน พาร์ค เพียงแค่ต้องการความท้าทายใหม่แต่เป็นการพาให้ชีวิตของเขาไม่สามารถกลับมายังจุดเดิมได้ ล่าสุดถึงจะได้กลับมายังพรีเมียร์ลีกอีกครั้งนั้นก็ไม่ได้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเขาจะมีที่ยืน การคุมทีมซันเดอร์แลนด์ ความต้องการที่จะช่วยทีมประคับประคองทีมให้อยู่รอดจากโซนตกชั้นแต่ เดวิด มอยส์เล่นพาไปอยู่ที่ 20 ท้ายสุดของตารางพรีเมียร์ลีกเลย แม่จ้าวโหดแท้เหลา

ล่าสุดกุนซือรายนี้คาดว่าอาจจะจะโดนปลดออกจากการคุมทีมแมวดำก็เป็นได้ด้วยผลงานที่แพ้4 เสมอ1จาก 5 เกมล่าสุด แข่งไป 22เกมมีเพียงแค่ 15 คะแนนเท่านั้นถือว่าน้อยมาก แต่อย่างว่าซันเดอร์แลนด์เป็นทีมที่อยู่โซนนี้มาหลายฤดูกาลแต่ว่าพอจะจบฤดูกาลปรากฏว่าก็เอาตัวรอดได้ทุกครั้ง แต่ทางบอร์ดบริหารไม่พอใจแล้วเริ่มที่จะวางแผนให้ แพคทริก วิเอร่า กองกลางที่โด่งดังกับอาร์เซน่อลก่อนที่จะย้ายไปอยู่ ยูเวนตุสแล้วกลับมาเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ซิตี้ในพรีเมียร์ลีกแต่ว่าล่าสุดได้ไปคุมทีม นิวยอร์ก ซิตี้ เครือเดียวกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นงานที่เขาชอบมากและยังได้พิสูจน์ตัวเองกับการได้คุมทีมชุดใหญ่แบบนี้ ทางด้านซันเดอร์แลนด์น่าจะปรึกษากันว่าจะเอาเขาเข้ามาช่วยแก้วิกฤตแทน เดวิด มอยส์

สนับสนุนโดย https://www.24sboonline.com

เมาส์มอยส์ เควิน เดอะ บรอยน์

      เดอะบรอยน์ ไอหนุ่มวัย 25ปี ชาวเบลเยี่ยม ที่มีชีวิตที่เจอเรื่องราวประสบการณ์มามากมายวันนี้เราจะมาพูดถึงเขากันว่ากว่าจะมาเป็นนักเตะของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้นั้นผ่านอะไรมาบ้าง นับตั้งแต่เริ่มเตะบอลก็เล่นให้กับทีมชั้นนำของประเทศเบลเยี่ยม เก้งค์ ยังต์ จนยาวมาถึงอายุ 19ปีก็ขึ้นชุดใหญ่มาจนเล่นปะปลายไปพอเข้าอายุ 20ปี ฉายแววจนเข้าตาของ โจเซ่ มูรินโญ่ ยาวเข้ามาร่วมทีมเชลซีด้วยค่าตัว 6.80 ล้านปอนด์ เป็นน้องใหม่ดาวรุ่งพุ่งแรง แต่แล้วการย้ายมาทีมใหญ่ถ้าไม่เจ๋งจริงไม่มีทางได้ลงเลยทำให้เขาโดนดองจนต้องปล่อยให้ทีมเก่ายืมตัวไปประมาณครึ่งปีก็กลับแต่ไม่วายก็ให้ แวร์เดอร์ เบรเมน ยืมตัวอีก 1ปี จนสุดท้ายไปลงเอ๋ยกับทีมโวลฟ์บวก์ส เชลซีขายไปว่าคุ้มแล้ว 18.70ล้านปอนด์

  แต่หารู้ไหมว่าการที่ย้ายไปครั้งนั้นเป็นโอกาสที่สำคัญของ เดอะ บรอยน์ได้พิสูจน์ตัวเองจนทำให้ทีมเก่าอย่างเชลซีต้องเสียใจที่ไม่เก็บเข้าไว้ใช้งาน หมาป่าเมืองเบียร์ให้โอกาสลงเล่นตัวจริงถึง 2ปีจนในที่สุดก็ไปเข้าตาของ โรแบร์โต้ มันชินี่ ดึงตัวเข้ามาก็เป็นตัวหลักให้กับ แมนซิตี้ ด้วยค่าตัวสูงถึง 62.90 ล้านปอนด์ เป็นจำนวนเงินที่มหาศาลมาก จากนั้นก็ยาวมาจนถึงยุคของ เป๊ปกวาดิโอล่า แล้วก็เป็นตัวสำคัญที่พาทีมเก็บชัยชนะ ไม่เพียงเท่านั้น ด้วยสไตล์การเล่นมิดฟิลด์ตัวรุก ทำให้การผสมผสานกับ ดาบิด ซิลบาและ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง อัพให้ทีมมีความน่ากลัวมากขึ้น ล่าสุดลงเล่นไป 20เกมในลีกยิง2 แอสซิต 9 ผลงานในทีมชาติเบลเยี่ยม 50เกม ยิง 13ประตู และสัญญาของเดอะบรอยน์กับแมนซิตี้ เซ็นยาวไปถึงปี 2021ใช้งานแน่ๆอีก4ปีข้างหน้าใครมาจีบก็ต้องจ่ายหนักหน่อยละกัน

มาร์กอส อลอนโซ่ นักเตะหน้าใหม่ที่เข้าระบบ 3-4-3 ของเชลซี

   พูดตรงๆเลยว่าผมคนหนึ่งที่ดูฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษมาเป็น 10กว่าปี แต่ไม่ค่อยจะได้ตามนักเตะนอกลีกสักเท่าไหร่ โดยมาร์กอส อลอนโซ่ แบ็คซ้ายชาวสแปนนิช ก็ถือว่าเริ่มเล่นฟุตบอลให้กับลีกสเปนแต่ว่าก็โดยดึงตัวมาเล่นฟุตบอลอังกฤษกับทีม โบลตันด้วยค่าตัวเพียง 2 ล้านปอนด์ในปี 2010/11 แต่ด้วยความสามารถของเขาเล่นอยู่เพียงแค่ 2ปีเท่านั้นต้องเปลี่ยนลีกอีกครั้งไปอยู่ที่ ประเทศอิตาลี ลงเล่นให้กับทีม ม่วงหากาฬ ฟิออเรนติน่า แต่ซื้อมาไม่มีตำแหน่งให้ลงเพราะว่าเขาเป็นนักเตะที่ถนัดในเรื่องของรุกและรับทางริมเส้นฝั่งซ้ายก็เลยปล่อยให้กับ ซันเดอร์แลนด์ยืมตัวไปเพียงแค่ 7 เดือนกลับมาทดสอบฝีเท้าที่ ฟิออเรนติน่า 2ปีก็ โดน เชลซีดึงมาร่วมทัพด้วยทำให้ นักเตะรายนี้อาจจะไม่คุ้นตาในอังกฤษสักเท่าไหร่

แต่ไม่น่าเชื่อว่าด้วยวัยเพียงแค่ 26ปี ฝีเท้าก็ไม่จัดเท่าไหร่แต่มาอยู่กับเชลซี กลายเป็นนักเตะที่ อันโตนิโอ คอนเต้ ขาดไม่ได้อยู่ในการวางแผนระบบ 3-4-3 จนได้ลงเป็นตัวจริงไปแล้ว15เกมสำรอง1 เป็นนักเตะที่เด่นเรื่องของการคุมพื้นที่การจ่ายบอลการสกัดและป้องการเกมรุกซึ่งจะเน้นไปที่เกมรับเสียมากกว่าแต่อยู่กับเชลซี นี้เติมริมเส้นเป็นปีกตัวรุกไปแล้ว ซึ่งเขาเล่นได้โดดเด่นจนเป็นตัวสำคัญของทีมโดยทีมเชลซีมี มาร์กอส อลอนโซ่ อยู่ในสนามโอกาสที่ทีมจะชนะถึง 93.3% นั้นก็หมายความว่าเขาเป็นกุญแจหลักในการพาทีมเก็บชัยชนะ ล่าสุดเกมที่เจอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ยิงไปถึง 2ประตูพาทีมถล่ม จิ้งจอกสยามไป 3-0อีกด้วย นับว่าเป็นนักเตะที่น่าสนใจจริงๆ

ฟิร์มิโน่ กุญแจสำคัญสู่ชัยชนะ

    กองหน้าชาวบราซิลเลี่ยน โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ เป็นนนักเตะที่ช่วยให้ทีมลิเวอร์พูลนั้นมีโอกาสเยอะมากที่สุดโดยถ้าเทียบจากผลงานเราก็เห็นชัดแล้วว่าทำได้ดีกว่า แดนเนี่นล สเตอร์ริดจ์ เสียด้วยซ้ำ ด้วยเหตุผลนี้ เจอร์เก้นท์ คล็อปป์ ก็เลยให้เขากลายเป็นตัวจริงมาตลอด เว็บไซต์ชื่อดังของอังกฤษได้ทำสถิติขึ้นมาว่า ฟิร์มิโน่ กลายเป็นนักเตะที่สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมเป็นอันดับที่ 2ของพรีเมียร์ลีกด้วยการจ่ายจังหวะสำคัญๆไปถึง 45 ครั้งรองจาก อเล็กซิส ซานเชส ของอาร์เซน่อลเพียงคนเดียว จุดเด่นของนักเตะวัย 25ปีนั้น มีเยอะมากไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงบอลที่คล่องแคล่ว ยากต่อการที่จะแย่ง การจ่ายบอลสร้างโอกาสให้กับเพื่อนๆ การส่งบอลที่แม่นยำ และขยันในการลงไปช่วยเกมรับให้กับทีมส่วนที่น่าแก้ไขก็คือการเปิดบอลที่ยังไม่ค่อยจะตรงจุดสักเท่าไหร่

เกมล่าสุด โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ มีส่วนช่วยลิเวอร์พูลไม่น้อย ถึงจะพ่ายแพ้ต่อสอวนซี ซิตี้ไป 2-3 ก็ตามสิ่งที่เราได้เห็นก็คือการทำปรตะตูของกองหน้ารายนี้ ซึ่งการขึ้นนำทั้ง 2ครั้งของ หงส์ขาว ฟิร์มิโน่ใช้ความสามารถของตัวเองทั้ง 2ครั้งเพื่อที่ตีเสมอ ไม่ว่าจะลูกโหม่ง หรือการพักอกแล้ววอลเลย์ด้วยเท้าซ้าย ตรงจุดนี้ถือว่าเป็นกองหน้าที่พึ่งพาได้สำหรับทีม คะแนนของฟิร์มิโน่ ถือว่าทำได้ดีกว่าฤดูกาลที่แล้วลงเพียงแค่ 21เกมยิงไปแล้ว 8 ประตูถ้าเทียบกับปีที่แล้วลงตัวจริง 24 สำรองอีก7นัดยิงได้ 10ประตูเท่านั้น ทำให้เห็นว่าเกมรุกของ ลิเวอร์พูลดีขึ้นแต่เกมรับยังคงต้องแก้ไขต่อไป

ผีเฮ แพ้แต่เข้ารอบชิง

เกม EFL Cup  เมื่อคืนที่ผ่านมา ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของโจเซ่ มูรินโญ่ เกือบที่จะเอาตัวไม่รอด ก่อนหลังจากที่นัดแรกตุงไว้แล้ว 2ประตู แต่หารู้ไหมว่าเกมที่ 2กดันมาเจองานยากเข้าให้เกือบที่จะไม่ได้เข้ารอบต่อไปหลังจากที่เซาแธมป์ตันได้เข้าไปนอนรอก่อนหน้านี้แล้ว มาร์โก้ ซิลวา มาพร้อมกับความมั่นใจว่าพวกเขาสามารถที่จะแย่งตั๋วกับ แมนยูได้อย่างเต็มที่และ สมศักดิ์ศรี แล้วก็ทำได้อย่างที่ตั้งเป้าเอาไว้ ในส่วน มูรินโญ่ถ้าไม่ได้บุญเก่าจากนัดแรก อาจจะเป็นทีมของเขาเองที่อาจจะเป็นฝ่ายที่ตกรอบไป

ผลงานในนัดนี้ลูกทีมของ ฮัลล์ ซิตี้ มากับคำว่าลงตัวสุดๆเกมที่เปิดฉากขึ้นมาถือว่าไม่มีข้อบกพร่องอะไรเลยแต่เสียอย่างเดียวตรงที่พวกเขาไม่สามารถที่จะยิงประตูเพิ่มเพื่อที่จะเข้ารอบได้เท่านั้นเอง ในจังหวะแรกที่เกิดขึ้นมาจากจังหวะลูกโทษที่ มาร์กอส โรโฮ ไปเหนี่ยวผู้เล่น ฮัลล์ ซิตี้ไว้ก็เป็นเหตุให้ โจนาธาน มอส นั้นตัดสินใจให้เป็นจุดโทษ ทอม ฮัดเดลสัน กองกลางจอมเก๋าของทีมเป็นฝ่ายที่รับผิดชอบตรงจุดนี้เอง ซัดเข้าไปเสียบมุมอย่างสวยงาม แมนยูไฟเริ่มที่จะล้นตูดขึ้นมาก็บุกเข้าใส่แต่ว่าจังหวะไม่ค่อยดีแต่มีประตูเกิดขึ้นนาทีที่ 66 บอลจาก แรชฟอร์ดเข้ามาแล้วก็ไปแฉลบกองหลังเจ้าบ้าน เปลี่ยนทางมาที่ พอล ป็อกบา จิ้มดื้อบอลไหลเข้าประตูไปตีเสมอ 1-1 ก่อนที่ความหวังของเจ้าบ้านอันน้อยนิดจะเกิดขึ้นนาทีที่ 85 เดวิด เมย์เลอร์ เปิดเข้ามาที่ เสาสองให้กับ โอมาร์ นีอัสส์ แปลโล่งขึ้นนำไป 2-1 แต่หมดเวลา จำนวนประตูไม่พอทำให้ ประตูรวมแมนฯยูยังนำอยู่ 3-1 เลยได้ผ่านเข้ารอบต่อไป

ผีเล่นดีแต่ไม่ชนะ รูนี่ย์ทำลายสถิติ บ๊อบบี้

   เป็นเกมที่คลุมเครือมากสำหรับ ช่างปั้นหม้อ สโต๊ค ซิตี้ เปิดสนาม 365bet สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ ผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเกมนี้โอกาสของ โจเซ่ มูรินโญ่ จะได้มีโอกาสขึ้นไปตีตื้นตีเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้มาถึงแล้วหลังจากที่ เรือใบสีฟ้า พลาดท่าเสมอกับไก่เดือยทอง แล้วแมนฯยูแข่งที่หลังต้องเอาโอกาสนี้เป็นของตัวเองให้ได้ แต่แผนที่มูรินโญ่นั้นได้วางไว้ดูเหมือนว่าจะดูไม่ค่อยดีเมื่อเอา มารูยาน เฟลไลนี่ มาเล่นกลางและเอา มคิทาร์ยานกับ มาต้าลงคู่กันมันดูแล้วไม่ค่อยจะลงตัวสักเท่าไหร่

จนแล้วจนเล่างานก็เข้าตามเคย แมนฯยุเป็นทีมที่มีโอกาสในการบุกเยอะมากแต่วันนี้ อันโตนิโอ วาเลนเซีย เล่นไม่ออกเพราะว่า มาร์ก ฮิวส์ ได้จับเอา อันนาโตวิช มาประกบมีความเร็วและแข็งแกร่งเหมือนกันการโมตีทางฝั่งขวาเลยไม่อันตราย จะมาพึ่ง มคิทาร์ยานคนเดียวก็ไม่ไหวเล่นทับตำแหน่งกับมาต้า เกมเลยไม่ค่อยจะลงตัวมากนักสุดท้ายก็มาเสียประตูแรกให้กับ สโต๊ค ซิตี้ไป ในจังหวะที่ อันนาโตวิช ปาดเข้ามาให้กับ อิริค พีทเตอร์ ที่สอดขึ้นมาได้สวยจับ 1จังหวะก่อนที่จะเปิดยัดเข้าตรงกลางแต่ ฆวน มาต้าวิ่งตามมาประกบ แหย่เท้าออกไปสกัดทำให้บอลเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง แมนยูทำการรุกอยู่ฝ่ายเดียวหลังจากที่โดนำขึ้นนำแต่ก็ไม่มีประตู เกมน่าจะจบลงที่แพ้ตาม หงส์แดง ลิเวอร์พูลไป แต่พี่หมูบินเรา ลงมาได้จังหวะปั่นฟรีคิกนาทีสุดท้าย รูนี่ย์ ถอยหลัง 2ก้าวแล้ววิ่งเข้ามาซัดบอลโค้งๆจากฝั่งซ้ายบอลโค้งอ้อมทุกอย่างเสียบเข้าสามเหลี่ยมไปเป็นประตูสำคัญที่ทำให้แมนยูฟื้นขึ้นมาตีเสมอได้สำเร็จและประตูนี้ยังเป็นประตูที่ทำลายสถิติของ เซอร์ บ๊อบบี้ ชาร์ลตัลอีกด้วย รูนี่ย์ยิงไปแล้ว 250ประตูในสีเสื้อของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด